“อุ๊ย! ลูกปลาทองน่ารักจังเลย พี่แจ๊ด เปลี่ยนปลาหรือพี่ ปลาเทวดาหายไปไหนหมดคะ?”
ฉันถามพี่แจ๊ด สาวใต้ หน้าตาคมขำวัยสามสิบปลาย ๆ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่รับโทรศัพท์ที่บริษัทมาประมาณเจ็ดปีแล้ว เมื่อไม่เห็นปลาเทวดาราวยี่สิบตัวในตู้ปลาใบใหญ่ซึ่งวางติดผนังด้านขวามือของประตูทางเข้าของบริษัทเหมือนทุก
วัน
แปลกจริง? วันนี้กลับมีลูกปลาทองตัวกระจิดริดน่ารักสี่ตัวมาอยู่แทน
เป็นไปไม่ได้แน่ที่นายชาวมาเลเซียของฉันจะย้ายพวกมันกลับไปเลี้ยงที่บ้าน เพราะฉันรู้ว่าเจ้านายถือฮวงจุ๊ยมาก ๆ แกมั่นใจมากว่า ถ้าหน้าประตูมีน้ำมีปลา จะนำพาความอุดมสมบูรณ์มาสู่บริษัทของเรา แกจึงสั่งให้ซื้อตู้ปลาใบใหญ่
ยาวราวเมตรครึ่ง ยี่ห้อดังแพงหูฉี่ พร้อมด้วยระบบวัดปรับอุณหภูมิน้ำเสร็จสรรพ มาไว้ที่ข้างประตูทางเข้าบริษัท และ
เลี้ยงแต่ปลาเทวดาเท่านั้นด้วยความชื่นชมเทวดา เอ๊ย! ปลาเทวดา เป็นการส่วนตัว แกเคยบอกฉันว่ามันเป็นปลา
ที่ว่ายน้ำได้สง่างามที่สุดเหนือปลาใด ๆ (ขนาดปลามังกรที่ว่าแพงๆ และว่ายน้ำแบบหยิ่ง ๆ ยังชิดซ้ายค่ะ)
บ่อยครั้งที่ตอนเช้าก่อนเข้างานฉันจะเห็นแกมานั่งที่โซฟาข้างตู้ปลาแล้วหยอกล้อกับเจ้าปลาเหล่านั้นมาตลอด อีก
อย่าง ฉันเคยไปร่วมงานปาร์ตี้ที่บ้านนายในซอยงามดูพลีก็เห็นว่ามีการเลี้ยงปลาหลายชนิดเต็มไปหมดอยู่แล้ว ทั้ง
ปลาคาร์ฟ ปลาทอง ปลาหางนกยูง ปลาดุก ปลาดูด ฯลฯ(เยอะมาก...มากค่ะ ขอยืนยัน) จึงไม่น่าจะเป็นไปได้ที่
นายจะเอาภาระไปเพิ่มที่บ้านให้คุณนายดุเอา
“มันตายกันหมดแล้วค่ะมี่”
“อ้าว! เป็นอะไรตายล่ะพี่” เสียงเริ่มสั่นเครือ ฉันพยายามสะกดก้อนตีบตันที่ลำคอให้หายไปอย่างสุดความสามารถ
“ไม่รู้ว่ามันเป็นอะไรกัน ก็ตั้งแต่วันพุธที่น้องมี่ลาป่วยนั่นแหล่ะ ทีแรกก็ห้าตัว วันต่อมาก็อีกสิบตัว พอวันศุกร์เท่านั้น
ทั้งฝูงไปหมดเลย เค้าว่ามันเป็นโรค ใส่ยาลงไปจนน้ำเป็นสีฟ้าหมดตู้แล้วก็เอาไว้ไม่อยู่ บาปกรรมจริง ๆ พี่ไม่อยาก
ให้เลี้ยงเลยมี่ นายมาดูนะเศร้าใหญ่เลย บอกให้น้าทองมาล้างตู้แล้วให้ซื้อปลาใหม่มา แต่พี่บอกแกไปว่าอย่าเลี้ยง
อีกเลย ตั้งแต่พี่อยู่มาเจ็ดปีนี่ น้องรู้มั๊ย ตายไปหลายร้อยแล้ว พอตาย ก็ซื้อมาใส่ใหม่ ตาย ก็ซื้อใหม่ พี่ว่าปลามันดวงไม่ถูกกับบริษัทเรานะ รังแต่จะทำกรรมเปล่า ๆ จะไปเชื่อฮวงซ้งฮวงซุ้ยอะไรกันก็ไม่รู้ ส่วนไอ้เจ้าพวกนี้คุณนกเค้าซื้อมาจากหน้าตึกน่ะ”
“โอ๊ย หยุด ๆ พี่ พี่แจ๊ดอย่าเล่าต่อเลย มี่อยากจะร้องไห้ เดี๋ยวมี่บ้าขึ้นมาอีกก็ไม่ต้องทำงานกันพอดี วันนี้นายนัด
ประชุมเชือดรายตัวด้วยค่ะพี่ มี่จะภาวนาให้พวกมันไปดีนะพี่ ชาติหน้าเกิดเป็นคนกับเขามั่งจะได้ไม่ต้องมาถูกจับขัง
ไว้ในตู้เล็ก ๆ แบบชาตินี้อีก ว่าแต่เจ้าพวกนี้ก็น่ารักดีนะคะ...ไงจ๊ะหนู ๆ...”
ฉันเอานิ้วไปไล่จิ้มบริเวณกระจกเล่น พวกลูกปลาตัวน้อยสีส้มสดกำลังแหวกว่ายไปมาอย่างสดใสสนุกสนาน อยู่ใน
น้ำที่เป็นสีฟ้าจาง ๆ จากน้ำยาฆ่าเชื้อโรค พวกมันคงจะรำคาญ หรือไม่ก็ตกใจกลัวฉัน จึงพากันว่ายน้ำหนีอยู่ตลอด
เวลา ดวงตากลมโปนกลอกไปกลอกมาน่าเอ็นดู ฉันทรุดตัวลงนั่งที่โซฟาข้างตู้ พลางสังเกตลูกปลาทองเหล่านั้น
พวกมันเป็นลูกปลาทองพันธ์ออรันดา อายุน่าจะราว ๆ ไม่เกิน 5-6 เดือนเพราะตัวเล็กมาก ความยาวจากหัวถึงหาง
ประมาณไม่เกินสองนิ้ว ทุกตัวมีรูปร่างอ้วนกลมตามประสาเด็กสมบูรณ์(ปลาพึ่งออกจากฟาร์ม ซึ่งจะได้รับการเพาะ
เลี้ยงอย่างดีเพื่อให้ขายได้) ที่หัวมีก้อนวุ้นสีส้มเคลือบอยู่แต่ยังไม่หนาเท่าตัวที่โตเต็มที่ บริเวณลำตัวมีเกล็ดสีส้ม
ทองวาวสวยงาม ครีบหลังเหยียดตรงสวย หางยาวโบกพลิ้วน้ำราวผีเสื้อตัวน้อยกำลังโบกบิน
“อืมม์...น่ารัก น่ารักมากจริง ๆ ” ฉันพึมพำด้วยความเคลิบเคลิ้มในความน่าเอ็นดูของลูกปลาเหล่านั้น แต่พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นลูกปลาตัวหนึ่งที่มีลักษณะแปลก ๆ
“เฮ้ย! ปลาทู???”
ฉันตะโกนเสียงดัง เจ้าลูกปลาตัวนั้นมีรูปร่างลักษณะต่างไปจากตัวอื่น ๆ มันดูแล้วเหมือนปลาทูสีส้มตัวเล็ก ๆ มากกว่า เพราะว่ามีลำตัวบางแบน หางสั้นจู๋ หัวก็แบนและวุ้นที่เกาะที่หัวก็สีซีดแถมยังบางจนดูไม่ออกหากไม่สังเกตุ
ใกล้ ๆ เจ้าปลาน้อยอัปลักษณ์ตัวนี้ดูจะตื่นกลัวมากกว่าตัวอื่น ๆ และขี้อาย เพราะมันจะว่ายน้ำอยู่แต่ฝั่งด้านในของตู้ อยู่ตลอด ราวกับว่ามันอายรูปร่างตัวเอง แปลกมาก...ไม่เคยเห็นมาก่อน ฉันเฝ้ามองมันอย่างสนใจ เจ้าปลาทู...
เวลานั้น เพื่อนร่วมงานของฉันต่างก็ทยอยกันเข้าบริษัทมาและพากันหยุดดูเจ้าปลาน้อยกันอย่างสนใจ พอคนมาก
ขึ้น
เจ้าตัวน้อยทั้งหลายก็ดูท่าว่าจะแตกตื่นตกใจกับใบหน้าของมนุษย์ที่มุงดูพวกมันอยู่ มันจึงพากันว่ายเกาะกลุ่ม
กันอยู่ตลอดเวลาไม่ยอมมาชิดกระจกด้านนอกอีก แล้วคอยเหลือบตาโปน ๆ มองพวกเราอย่างหวาดระแวง
“อ้าว...พี่นกมาพอดี มี่กำลังจะถามว่า นายให้ซื้อปลาทองมาเลี้ยงแทนหรือคะ”
ฉันถามหญิงสาวที่พึ่งก้าวพ้นประตูบริษัทเข้ามายืนดูข้าง ๆ พี่นกเป็นเลขานุการของนายของฉัน เธอเป็นสาว
กรุงเทพสมัยใหม่อย่างแท้จริงเพราะ มีรูปร่างที่ผอมบางราวกับไม้เสียบลูกชิ้นแม้ว่าวัยจะล่วงเข้าเลขสี่ต้น ๆ แล้วก็
ตาม เธอมักจะแต่งตัวราวกับเดินออกมาจากนิตยสารแฟชั่นต่าง ๆ ความสามารถพิเศษของเธอคือคอยสรรหาคำ
เตือนเพื่อน ๆ อย่างหวังดีแต่ไม่ทราบ |